ผู้ต้องหาคนแรกภายใต้ “กม.ความมั่นคงใหม่ฮ่องกง” ถูกตัดสินมีความผิด “แอมเนสตี” สุดสลด ออกโรงประณาม

ต่ง หยิงกิต (Tong Ying-kit) ผู้ต้องหาคนแรกภายใต้กฎหมายความมั่นคงใหม่ฮ่องกงวันนี้(27 ก.ค)ถูกศาลสูงฮ่องกงตัดสินให้มีความผิดฐานแบ่งแยกดินแดนและก่อการร้าย เตรียมเข้ารับฟังคำตัดสินลงโทษในวันพฤหัสบดี(29 ก.ค) แอมเนสตีสากลสลดออกโรงประณาม เป็นก้าวแรกของการสิ้นสุดเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นในฮับเศรษฐกิจของเอเชีย

เอพีรายงานวันนี้(27 ก.ค)ว่า ต่ต่ง หยิงกิต (Tong Ying-kit) ถูกดำเนินคดีความผิดยุยงปลุกปั่นเพื่อการแบ่งแยกดินแดนและก่อการร้ายหลังจากที่ขับรถมอร์เตอร์ไซค์ของตัวเองตรงเข้าไปยังกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจปีที่ผ่านมาระหว่างที่กำลังถือธงประท้วงมีข้อความ “ปลดปล่อยฮ่องกง การปฎิวัติของยุคพวกเรา”

กลุ่มสิทธิมนุษยชนออกมาประณามการตัดสินลงโทษของเขา และพบว่ามีคนเป็นจำนวนมากที่กำลังรอการพิจารณาไต่สวนที่คล้ายกันนี้หลังจากมีไม่ต่ำกว่า 100 คนถูกจับกุมภายใต้กฎหมายความมั่นคงใหม่ ที่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกวาดล้างต่อกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกงของปักกิ่งหลังฮ่องกงประสบปัญหาการประท้วงอย่างหนักมาตลอดทั้งปี 2019

ต่งวัย 24 ปีพนักงานภัตตาคารไม่ยอมรับในความผิดต่อข้อหาทั้งหมดโดยชี้ให้เห็นว่า สโลแกนไม่ได้เรียกร้องให้แบ่งแยกดินแดน และในเวลานี้หลังจากที่ถูกตัดสินจากศาลฮ่องกงให้มีความผิดพบว่าต่งอาจถึงขั้นได้รับโทษจำคุกสูงสุดในเรือนจำตลอดชีวิต แต่เป็นที่คาดว่าทีมกฎหมายของเขาจะร้องขอต่อศาลให้สั่งลงโทษลดลงระหว่างการขึ้นฟังคำตัดสินลงโทษวันพฤหัสบดี(29)

เอพีชี้ว่ากฎหมายความมั่นคงใหม่ไม่เพียงเป็นผลทำให้ต่งต้องถูกดำเนินคดีแต่กฎหมายฉบับนี้ที่ออกโดยปักกิ่งยังกำหนดวิธีกระบวนการพิจารณาคดีต่อตัวเขา ซึ่งการพิจารณาไต่สวนที่สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 20 ก.คที่ผ่านมานั้นเกิดขึ้นที่ศาลสูงฮ่องกงโดยที่ไม่มีคณะลูกขุนร่วมด้วย แต่มีเพียงคณะผู้พิพากษาที่ได้รับการคัดเลือกจากผู้ว่าการเกาะฮ่องกง แครี หล่ำทำหน้าที่

ผู้พิพากษา เอสเธอร์ โต่ (Esther Toh)เป็นผู้นั่งพิจารณาคดีอ่านคำพิพากษาวันนี้(27)ว่า

“ต่งกระทำผิดก่อการร้ายที่อาจทำให้เกิดหรือตั้งใจที่จะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อสังคมเพื่อเป้าหมายทางการเมือง”

และชี้ต่อว่า “พฤติกรรมของเขาเป็นการกระทำรุนแรงมีเป้าหมายเพื่อบังคับรัฐบาลกลางปักกิ่งและรัฐบาลฮ่องกงและคุกคามต่อสาธารณะและยังถือธงที่เป็นสัญลักษณ์ของการกระทำปลุกปั่นเพื่อการแบ่งแยกดินแดน”

อย่างไรก็ตามไม่พบว่าต่งได้กล่าวอะไรระหว่างฟังคำพิพากษาแต่เขาได้โบกมือให้กับพ่อแม่และคนอื่นๆที่เข้าร่วมในการพิจารณาคดีระหว่างถูกเจ้าหน้าที่นำตัวออกไปจากห้อง

ทีมกฎหมายของต่งชี้ว่า เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถพิสูจน์ว่าต่งทำการปลุกระดมเพื่อการแบ่งแยกดินแดนเพียงแค่การที่เขาใช้สโลแกนการชุมนุมเท่านั้น

นอกจากนี้ยังชี้ว่า ไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าลูกความกระทำไปด้วยความจงใจ ที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพุ่งชนกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจและการกระทำเช่นนั้นไม่สามารถถือได้ว่าเป็นการก่อการร้ายเพราะไม่มีความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือเป็นอันตรายต่อสาธารณะ

คำพิพากษาได้รับเสียงประณามจากกลุ่มแอมเนสตีสากลทันที เอพีกล่าว โดยแอมเนสตีระบุว่า คำพิพากษานี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นต่อการสิ้นสุดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในฮ่องกง

“ประชาชนสมควรมีเสรีภาพในการใช้สโลแกนทางการเมืองระหว่างการประท้วง และอีกทั้งต่ง หยิงกิตไม่สมควรที่จะต้องถูกลงโทษต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของเขา” ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแอมเนสตี ยามินี มิชรา(Yamini Mishra)กล่าวผ่านแถลงการณ์ทางอีเมล

และเสริมต่อว่า “เป็นที่ชัดเจนว่าเขาไม่สมควรที่จะถูกตั้งข้อหาความผิดทางความมั่นคงประเทศที่มีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต”

ปักกิ่งออกมาปัดเสียงวิพากษ์วิจารณ์โดยกล่าวว่า เพียงต้องการทำให้ความเป็นนิติรัฐกลับคืนมาสู่ฮ่องกงอีกครั้ง และเป็นการสร้างเครื่องมือในการปกป้องความมั่นคงรัฐเหมือนที่มีอยู่แล้วในหลายประเทศทั่วโลก