Categories
News

ฮือฮา! จีนยังต้องใช้ “วัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทค” เทคโนโลยี mRNA เป็นเข็มกระตุ้นแจกประชาชนฟรีทั่วประเทศ

คณะกรรมการที่ปรึกษาจีนล่าสุดเปิดไฟเขียวให้วัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัทไบออนเทคของเยอรมนี ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นวัคซีนต่างชาติตัวแรกที่ปักกิ่งอนุมัติ และหากว่าเป็นไปตามแผนวัคซีนไบออนเทคที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย mRNA ที่ถูกพัฒนาร่วมกับบริษัทยาจีนและวัคซีนตัวใหม่ชื่อ “โคเมอร์นาตี” (Comirnaty) จะใช้เป็นเข็มกระตุ้น

หนังสือพิมพ์นิคเคอิเอเชีย ว่า บริษัทฟาร์มาซูติคอลจีน โฝซัน (Fosun) ที่มีฐานอยู่ในเซี่ยงไฮ้ มีสิทธิแต่ผู้เดียวในการแจกจ่ายวัคซีน mRNA ที่ผลิตร่วมกันระหว่างบริษัทยาจีนและบริษัทฟาร์มาซูติคอลเยอรมัน ไบออนเทค ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทค และเป็นวัคซีนโควิด-19 ตัวแรกของโลก

หวู ยี่ฟาง (Wu Yifang) ซีอีโอบริษัทโฝซันระบุในการประชุมผู้ถือหุ้นในวันพุธ (15) ว่า ทางบริษัทยังคงดำเนินไปตามแผนเดิมที่ประกาศไว้ก่อนหน้าในการเริ่มการทดสอบการผลิตจำนวนมากในประเทศให้ได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

ทั้งนี้ พบว่าเจ้าหน้าที่จีนต้องการที่จะใช้วัคซีนตัวใหม่ชื่อ “โคเมอร์นาตี” (Comirnaty) ที่รู้จักในนาม BNT162b2 เป็นเข็มกระตุ้นหรือเข็มที่ 3 สำหรับประชาชนจีนที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เทคโนโลยีเชื้อตายแล้ว 2 เข็ม แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับผู้กำกับจีนเปิดเผย

โดยหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นระบุว่า วัคซีนเข็มกระตุ้นนี้จะให้ฟรีแก่ประชาชนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์รายงานเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการที่ปรึกษาจีนได้ให้ไฟเขียวแก่วัคซีนที่ถูกพัฒนาโดยไบออนเทคแล้ว และสิ่งนี้หมายความว่า “วัคซีนไบออนเทค” อาจจะกลายเป็นวัคซีนต่างชาติตัวแรกที่จีนอนุมัติใช้ฉุกเฉินในประเทศหากว่าผู้กำกับยาจีน องค์การเภสัชกรรมจีน (National Medical Products Administration) อนุมัติตามคำแนะนำของคณะกรรมการที่ปรึกษา

หวูเปิดเผยว่า “การสื่อสารของเรากับองค์การเภสัชจีนเป็นไปอย่างราบรื่น และทางเจ้าหน้าที่กำลังทำงานแข่งกับเวลาในการตรวจสอบ”

เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์รายงานว่า ด้านซีอีโอบริษัทไบออนเทค อูเกอร์ ซาฮิน (Ugur Sahin) ซึ่งปิดเงียบมาตลอดเกี่ยวกับกำหนดเวลาของการอนุมัติเปิดเผยว่า เขาคาดว่าผู้กำกับยาจีนจะให้ไฟเขียวได้อย่างช้าสุดภายในเดือนมิถุนายน

ซึ่งที่ผ่านมา ผู้กำกับยาจีนได้อนุมัติวัคซีนจีนที่ผลิตโดยบริษัทภายในประเทศมากมายรวมถึงซิโนแวค ซิโนฟาร์ม Zhifei และวัคซีน 1 โดสของ CanSino เป็นต้น ซึ่งปรากฏการณ์แพร่ระบาดของไวรัสเดลตาไปทั่วโลกทำให้เป็นที่วิตก

พบว่าประเทศที่ใช้วัคซีนจีนเป็นหลักเช่น ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรน ต่างใช้วัคซีน mRNA เป็นเข็มกระตุ้นสำหรับประชาชนที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค หรือซิโนฟาร์มครบ 2 เข็มแล้ว

เจ้าหน้าที่จีนเองคิดไปถึงการใช้โดสผสมระหว่างวัคซีนต่างชนิดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภูมิคุ้มกัน

วัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทคนั้นถูกแจกจ่ายที่ฮ่องกงก่อนหน้าแล้ว โดยฮ่องกงสามารถให้ภูมิคุ้มกันแก่ประชาชนในจำนวนกว่าครึ่งของจำนวน 4.85 ล้านโดส

ขณะที่จีนอ้างอิงตัวเลขจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน พบว่า ได้มีการแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 ในแผ่นดินจีนใหญ่จำนวนมากกว่า 1.2 พันล้านโดส โดยประชาชนจีนแผ่นดินใหญ่ส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนเชื้อตายของซิโนแวค และซิโนฟาร์มซึ่งรัฐบาลจีนเป็นเจ้าของที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีประสิทธิภาพต่ำกว่าวัคซีนเทคโนโลยี mRNA

นิคเคอิเอเชียชี้ว่า ระหว่างที่วัคซีนโคเมอร์นาตีอยู่ระหว่างการได้รับไฟเขียวจากผู้กำกับยาจีน โฝซัน ฟาร์มา และไบออนเทคเริ่มการเตรียมความพร้อมและซื้อเครื่องมือเพื่อโรงงานที่เป็นการร่วมทุนระหว่าง 2 ชาติจีนและเยอรมนีในเมืองเซียงไฮ้ โดยการติดตั้งสายพานการผลิตภายในโรงงาน คาดว่าจะเสร็จสิ้นได้ในสิงหาคม บริษัทฟาร์มาซูติคอล โฝซันแถลงในเดือนที่ผ่านมา

บริษัทการค้าร่วมระหว่างโฝซันและไบออนเทคนี้ถูกก่อตั้งมาเมื่อต้นปี 2020 เพื่อนำวัคซีนไบออนเทคมาที่จีน โดยทางบริษัทยาจีนลงทุน 200 ล้านดอลลาร์ในสันส่วน 50 : 50 ร่วมกับไบออนเทคของเยอรมนี และทางไบออนเทคจะต้องมอบสิทธิบัตรและเทคโนโลยีการผลิตโนว์ฮาวให้ทางจีน

หวู กล่าวต่อว่า คาดการณ์ว่าโรงงานเซี่ยงไฮ้จะมีความสามารถในการผลิตต่อปีได้ถึง 1 พันล้านโดสภายในสิ้นปีนี้ และด้วยความช่วยเหลือจากบริษัทในเครือของโฝซัน ฟาร์มา ยอดการผลิตต่อเดือนคาดว่าจะสูงถึง 100 ล้านโดส ถึง 200 ล้านโดส

โฝซัน ฟาร์มาแถลงต่อไปว่า ทางบริษัทประสบความสำเร็จสามารถได้ข้อตกลงวัคซีน mRNA โคเมอร์นาตีจำนวน 10 ล้านโดสให้แก่ไต้หวัน รวมไปถึงฮ่องกง

หวู ชี้อีกว่า ในขณะนี้มหาวิทยาลัยฮ่องกงกำลังศึกษาการใช้ผสมโดสต่างวัคซีนระหว่างวัคซีนโคเมอร์นาตีและวัคซีนซิโนแวค และทางโฝซัน ฟาร์มา และรัฐบาลจีนกำลังทำการวิจัยการใช้วัคซีนแบบผสมโดสต่างชนิด ซึ่งข้อมูลปัจจุบันชี้ว่ามีผลสัมฤทธิ์ที่ดี

นิคเคอิเอเชียรายงานว่า วัคซีนจีนมีประสิทธิภาพระหว่าง 50% ไปจนถึงเกือบ 80% ในการทดลองและในการใช้จริง ซึ่งต่ำกว่าวัคซีนเทคโนโลยี mRNA ที่ถูกพัฒนาโดยบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทค และบริษัทโมเดอร์นา ทำให้สร้างความวิตกกันว่าวัคซีนที่มีอยู่เดิมอาจไม่สามารถจัดการกับไวรัสที่มีการกลายพันธุ์

และพบว่าวัคซีนจากของบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทคและบริษัทโมเดอร์นานั้นมีประสิทธิภาพจัดการไวรัสโควิด-19 ได้ทุกสายพันธุ์และสามารถให้การปกป้องได้มากกว่าแต่ประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลงเมื่อเจอกับสายพันธุ์ใหม่ก็ตาม จิม ต่งหยาน (Jim Dongyan) นักไวรัสโมเลกุลวิทยา ประจำมหาวิทยาลัยฮ่องกงแสดงความเห็น

ทั้งนี้ พบว่าบริษัทไบออนเทคนอกจากร่วมมือกับจีนในการผลิตวัคซีนโคเมอร์นาตี แล้วยังได้ร่วมกับประเทศอื่นด้วย อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์สเตรทไทม์สของสิงคโปร์เมื่อวานนี้ (15) กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ประกาศว่า ข้อมูลวัคซีน mRNA ชื่อว่า Comirnaty ที่ทางไบออนเทคได้ร่วมผลิตด้วยนั้นเหมือนกับของ “ไฟเซอร์-ไบออนเทค” ทุกประการ และมีชื่ออย่างเป็นทางการคือ “BNT162b2”

โดยทางกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์แถลง วัคซีนตัวนี้กระบวนการผลิตเหมือนกับวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทคทุกขั้นตอน รวมทั้งวัคซีนที่ผลิตออกมาแล้ว ยังมีรายละเอียดเหมือนกันทั้งหมด รวมถึงยังมีการผลิตที่ยุโรปเหมือนกัน ต่างกันแค่ว่าใช้ชื่อแบรนด์ต่างกันเท่านั้น

โดยทางกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์จะปรับเปลี่ยนวิธีการบันทึกข้อมูลประชาชนที่ฉีดวัคซีน “โคเมอร์นาที” (Comirnaty) ว่าหากได้ฉีดวัคซีนแล้วจะถืออยู่ในประเภทเดียวกันกับที่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทค หรือบันทึกว่าฉีดวัคซีน “Pfizer-BioNTech/ Comirnaty” ไปแล้ว